ตำรวจจับแพะ เตรียมชี้แจงลุงพลไม่ใช่คนร้ายคดีน้องชมพู

งานนี้จับแพะหรือไม่ ลุงพล ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีฆ่าน้องชมพู

ตะลึงกันทั้งประเทศ หลังจากศาลจังหวัดมุกดาหารอนุมัติออกหมายจับ “ลุงพล” นายไชย์พล วิภา เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ฐานความผิด 3 ข้อหาคือ พรากผู้เยาว์ ทอดทิ้งเด็กเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และกระทำการใด ๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป นับว่าคดีนี้ผ่านมาแล้วกว่า 1 ปี ถือเป็นคดีปริศนาการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่” เด็กหญิงวัย 3 ขวบที่หายตัวออกไปจากบ้านโดยไม่มีใครทราบ ในหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 ก่อนจะพบเป็นศพเปลือยอยู่ในป่าบนภูเหล็กไฟที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 14 พ.ค.63 ถือเป็นคดีใหญ่และคดีสะเทือนขวัญที่ประชาชนทั่วประเทศและสื่อจับตามองเนื่องจากคนร้ายแทบไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ บวกกับเป็นช่วงที่ฝนตกทำให้หลักฐานหลายอย่างเช่นรอยเท้าจางหายไป

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แถลงชี้แจงเหตุผลยืนยันว่าน้องชมพู่ไม่สามารถเดินขึ้นไปบนภูเหล็กไฟยังจุดที่พบศพได้ด้วยตนเอง เชื่อว่ามีผู้พาขึ้นไปและทำให้ถึงแก่ความตายทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ส่วนหลักฐานสำคัญเป็นเส้นผมที่พบในที่เกิดเหตุ ชี้ชัดลุงพลพาน้องชมพู่ขึ้นไปปล่อยทิ้งไว้จนเสียชีวิตก่อนจัดฉากอำพรางเป็นคดีฆาตกรรม

วันที่ 1 มิ.ย. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.บก.ภ.7 ในฐานะคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีการเสียชีวิตปริศนาของ น้องชมพู่ ตามคำสั่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.กกตูม ออกหมายจับนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล อายุ 44 ปี ลุงเขยของน้องชมพู่ ฐานความผิด พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันควร, ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย และกระทำการใด ๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป

จากหลักฐานที่ตำรวจเก็บรวบรวมยืนยันได้ชัดเจนว่า ในขณะที่เด็กถูกทิ้งไว้จุดแรกบริเวณท้ายหมู่บ้านก่อนทางขึ้นภูเหล็กไฟยังมีชีวิตอยู่ ก่อนมีการเคลื่อนย้ายยังจุดที่พบศพ สอดคล้องกับผลตรวจของนักโภชนาการที่ระบุสภาพร่างกายของน้องชมพู่ มีการขาดน้ำในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงย่อมถึงแก่ความตายได้โดยไม่ต้องทำร้ายร่างกาย ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ของสำนักพิสูจน์หลักฐานจังหวัดมุกดาหารได้เก็บวัตถุพยานที่สำคัญสุดคือเส้นผมของเด็กที่ถูกหั่นจำนวนหลายเส้น โดยวัตถุพยานดังกล่าวกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ เมื่อเจออยู่ในรถของลุงพล รวมถึงพบเส้นผมของคนใกล้ชิดไปตกอยู่ในที่เกิดเหตุพบศพ ทั้งที่คนใกล้ชิดไม่ได้ขึ้นไปบนเขาภูเหล็กไฟตรงกับรายงานการตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิคการใช้รังสีเอกซเรย์จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) สอดรับการผลการเข้าเครื่องจับเท็จ ที่สรุปว่านายไชย์พลมีพิรุธในการตอบคำถาม สมัครบาคาร่า 888

ล่าสุด วันที่ 2 มิ.ย. 64 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความได้พาลุงพล เดินทางมาถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเข้ามอบตัวตามที่ได้มีการออกหมายจับแล้ว ทนายษิทรา เปิดเผยว่า หลังนายไชยพล วิภา หรือลุงพล หลังถูกออกหมายจับก็มีความพยายามจะนำลุงพลเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน โดยที่เลือกจะมอบตัวกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เพราะถือว่าเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีถึงแม้เหตุการณ์ก็จะเกิดที่จังหวัดมุกดาหารก็ตาม ตำรวจได้ควบคุมตัว นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล มาที่ สน.ปทุมวัน เพื่อลงบันทึกการจับกุม และแจ้งข้อกล่าวหา โดยมี นางสมพร หลาบโพธิ์ หรือ ป้าแต๋น และ ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เข้าร่วมสอบปากคำด้วย จากนั้น นายไชย์พล ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวขึ้นไปห้องสอบสวนทันที และทางตำรวจได้เร่งนำตัว นายไชย์พล ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มุ่งหน้าไปยัง สภ.กกตูม เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สำหรับเรื่องคดีและโทษต้องรอแถลงการณ์จากสำนักงานตำรวจอีกครั้ง สมัครบาคาร่า ออนไลน์

อ่านต่อ